วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554

work shop 2


อักษรทองคำ




โปรสเตอร์


คีย์ลัด โฟโต้ช็อฟ

@ ปุ่มใช้งานทั่วๆไป @

-สร้างกระดาษเปล่าขึ้นมาใหม่ (NEW) =
-เรียกหน้าต่าง Open เปิดไฟล์ภาพ (Open) =
-ปิดไฟล์ภาพที่เลิกใช้งาน (Close) =
-ปิดไฟล์ภาพทีเดียวทั้งหมด โดยไม่ต้องปิดทีละภาพ (Close All) =
-บันทึกไฟล์ภาพ (Save) =
-บันทึกไฟล์ภาพในชื่อใหม่/บันทึกในรูปแบบอื่นๆ (Save) =
-สั่งพิมพ์เลยทันที (Print) =
-ออกจากโปรแกรม/ปิดโปรแกรม (Exit) =

@ ปุ่มแก้ไขการทำงาน @

-กลับไปก่อนขั้นตอนการทำงานล่าสุด (Undo) =
-ย้อนขั้นตอนการทำงานกลับไปด้วย (Step Backward) =
-ย้อนขั้นตอนการทำงานกลับมาด้วย (Step Forward) =
-ตัดส่วนที่เลือกเอาไว้รอเพื่อที่จะวาง (Cut) =
-คัดลอกส่วนที่เลือกไว้รอเพื่อที่จะวาง (Copy) =
-วางส่วนที่เลือกหรือคัดลอกมา (Paste) =

@ ปุ่มสำหรับแต่งแสง/แก้ไขสี ให้กับภาพ @

-ปรับความมืด/สว่างให้กับภาพ (Levels) =
-ปรับความมือ/สว่างอย่างละเอียด (Curves) =
-ปรับค่าสีของภาพให้สมดุล (Color Balance) =
-ปรับสี เปลี่ยนสี เพิ่มความเข้มของสี (Hue Saturation) =
-เปลี่ยนภาพสี เป็น ขาว-ดำ (Desaturate) =

@ ปุ่มสำหรับการเลือกพื้นที่ @

-ลบพื้นที่ที่ Selection =
-ยกเลิกการ Selection (Deselect) =
-ลบพื้ที่ Selection (Inverse) =

@ ปุ่มสำหรับปรับมุมมองการแสดงผล @

-ปรับภาพให้พอดีกับหน้าจอ (Fit on Screen) =
-ปรับภาพเท่ากับของจริง 100% (Actual Pixels) =
-เปลี่ยนโหมดการมองภาพ (Screen Mode) =
-ขยายภาพ แต่ หน้าต่างเท่าเดิม (ZoomIn) =
-ย่อภาพ แต่ หน้าตางเท่าเดิม (Zoom Out) =
-ขยาย ทั้งภาพและหน้าต่าง =
-ย่อ ทั้งภาพและหน้าต่าง =
-เลื่อนดูภาพ (Pan) =
-ซ่อน/แสดงไม้บรรทัด =
-ซ่อน/แสดงเส้นไกด์ =

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

13 Font แห่งชาติ



























Download Font Click


การออกแบบงานกราฟิก : Graphic Designer Poster


การออกแบบงานกราฟิก : Graphic Designer

ความคิดสร้างสรรค์

โดยแท้จริงแล้ว ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องที่หาคำนิยามที่สมบูรณ์ ร้อยเปอร์เซ็นต์แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะแต่ละคนก็มีความคิดแต่ละแบบ แต่ละสไตล์หลากหลายกันไป แ่ต่มีนิยามที่พอจะใช้อธิบายความหมายได้ครอบคลุมก็คือ " การผนวกส่วนของความคิดลึก ๆ ภายใน ใจประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหา แก้ไขโจทย์และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่มีอยู่โดยมีรูปแบบค่อนข้างใหม่ไม่ซ้ำกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว และมีคุณค่าในการตอบโจทย์เป้าหมาย หรือสิ่งที่เราต้องการได้เป็นอย่างดี

ความคิดสร้างสรรค์พอจะแบ่งเป็นเกณฑ์ เป็นระดับได้ ดังนี้

1. คิดแบบค้นพบ (Discovery)

เป็นการคิดที่ได้ไอเดียวใหม่ (Original Idea) หรือทฤษฎีใหม่ เช่น การค้นพบทฤษฎีแรงดึงดูดของโลกของ เซอร์ไอแซค นิวตัน หรือทฤษฎีสมดุลยภาพของ จอห์น แนช ซึ่งเป็นเรื่องยากที่คนทั่วไปจะคิดได้



2. คิดเชิงนวัตกรรม (Innovative)

เป็นการคิดประยุกต์ที่นำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาผนวกให้เกินคุณค่าในการแก้ปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น การประดิษฐ์ทีวีขึ้นมา โดยนำหลักการเดินทางของคลื่นมาประยุกต์เป็นสิ่งประดิษฐ์

3. คิดเชิงสังเคราะห์ใหม่ (Synthesis)

เป็นความคิดที่นำสิ่งที่มีอยู่เดิมมารวบรวม หรือ "ยำ" ให้เกิดความคิดที่สร้างเป็นสิ่งใหม่ขึ้นมา

4. คิดแบบดัดแปลง (Mutation)

เป็นการนำปัญหาที่มีอยู่มาผนวกกับสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน แล้วเกิดการปรับเปลี่ยนคุณสมบัติของ
สิ่งที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นขนาด รูปร่าง รูปทรง เช่น ความคิดที่จะนำเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านมา
พกติดตัว เลยปรับขนาดกลายมาเป็นพ็อกเก็ตพีซี (Pocker PC) ในปัจจุบัน

ในการออกแบบกราฟฟิกนั้น เราจะใช้ความคิดในข้อที่ 3 และข้อที่ 4 มากที่สุด โดยความคิดที่ว่านี้เราจะใช้ในการคิดและผลิตงานออกแบบออกมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งจะพูดถึงกันอีกทีในหัวข้อถัดไป


โปสเตอร์ คือ ภาพขนาดใหญ่พิมพ์บนกระดาษ ออกแบบเพื่อใช้ติดหรือแขวนบนผนังหรือกำแพง โปสเตอร์อาจจะเป็นภาพพิมพ์และ/หรือภาพเขียน หรืออาจจะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ จุดประสงค์ก็เพื่อทำให้เตะตาผู้ดูและสื่อสารข้อมูล โปสเตอร์อาจจะใช้สอยได้หลายประการ แต่ส่วนใหญ่มักจะใช้ในการเผยแพร่เพื่อการประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะการโฆษณางานแสดงศิลปะ, งานดนตรี หรือภาพยนตร์, การโฆษณาชวนเชื่อ, หรือในการสื่อสารที่ต้องการสื่อสารความเชื่อต่อคนกลุ่มใหญ่


วิจารณ์โปรเตอร์

1.ความคิดสร้างสรรค์
การออกแบบไม่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากนัก แต่เน้รหลังการจัดวางขององประกอบภาพ ซึ่งออกแบบได้ดี และน่าสนใจ

2.การใช้สี
ใช้สีได้เหมาะสมกับ รูปแบบของโปรเตอร์ที่จะสื่อความหมายออกมา

3.การวางตัวอักษร

ไม่สะดุดตามากเท่าไหร่ แต่ ดูเหมาะสมกับการจัดวางของภาพที่ได้วางไว้




Computer Grafic การวางโครงสี

อารมณ์สี และความรู้สึก

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักวงจรสีกันก่อน วงจรสีหรือวงล้อสี เป็นเครื่องมือพื้นฐาน

ในการออกแบบสีและเพื่อเป็นการง่ายกับการเลือกใช้สี โดยมีการจัดวางแม่สีในวงล้อนี้

แม่สีมี 3 สีหลัก คือ สีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน

Monochrome หรือสีเอกรงค์ คือ มีเนื้อสีเดียวกัน แต่ให้ความแตกต่างกันด้วยน้ำหนักของสี

ด้วยการเติมส่วนของดำเพื่อเข้มขึ้น หรือเติมขาวเพื่อให้สีอ่อนลงหรือดูสว่างขึ้น

Monochrome

Monochrome หรือโครงสีเอกรงค์ คือมีเนื้อสี Hue เดียว แต่ให้ความแตกต่างด้วยน้ำหนักสี
Value สีเอกรงค์นี้ ให้อารมณ์ ความรู้สึก สุขุม เรียบร้อยเป็นสากล ไม่ฉูดฉาดสะดุดตา และในด้าน
การออกแบบเป็นการใช้คู่สีที่ง่ายที่สุด แล้วออกมาดูดี (เลือกแค่สีเดียวแล้วนำ้มาผสมขาว ผสมดำ หรือ
ปรับค่าความสว่าง Brightmess เพื่อเปลี่ยนน้ำหนักสี Analogus

ตัวอย่างงาน















Analogus

Analogus หรือโครงสีข้างเคียง คือสีที่อยู่ติดกัน อยู่ข้างเคียงกัน ในวงจรสี จะเป็น
ที่ละ 2 หรือ 3 หรือ 4 สีก็ได้ แต่ไม่ควรมากกว่านี้เพราสีอาจจะหลุดจากความข้างเคียง หรือ
หลุดออกจากโครงสีนี้ได้


ภาพตัวอย่าง

















Dyads

Dyads หรือโครงสีคู่ตรงข้าม Complementary Colour คือสีที่อยู่ตรงกันข้ามกันใน
วงจรสี การเลือกใช้สีคู่ตรงข้ามจะทำให้งานที่ได้มีความสะดุดตาในการมองแต่ก็ต้องระวังการ
ใช้สีคู่ตรงข้าม เพราะการเลือกใช้สึคู่ตรงข้ามด้วยกันนั้นถ้าเราหยิบสี 2 สีที่ตรงข้ามกันมาใช้
ในพื้นที่พอ ๆ กัน งานนั้นจะดูไม่มีเอกภาพ ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการทำงานศิลปะทางที่ดีเรา
ควรแบ่งพื้นที่ของสีในภาพของการใช้สีใดสีหนึ่งมากกว่าอีกสีหนึ่งโดยประมาณมักจะใช้สีหนึ่ง
70 % อีกสีหนึ่ง 30 % ภาพที่ได้ก็จะคงความมีเอกภาพอยู่ และยังมีความเด่นสะดุดตาไปได้
ในตัว

Triads

Triads หรือโครงสี 3 สี คือ
1. เป็นการใช้สี 3 สี ในช่วงห่างระหว่างสีทั้ง 3 เท่ากัน ถ้าเราลากเส้นระหว่างสีทั้ง 3 สี
เราจะได้สามเหลี่ยมด้านเท่า
2. เป็นการใช้สี 3 สี ในช่วงห่างระหว่างสีทั้ง 3 ไม่เท่ากันคือมีช่วงห่าง 2 ช่วงเท่ากัน แต่
กับอีกอันหนึ่งช่วงห่างจะยาวกว่า ถ้าลากเส้นระหว่างสีแล้วจะได้สามเหลี่ยมหน้าจั่

ภาพตัวอย่าง


















Tetrads

Tetrads หรือโครงสี 4 สี คือ
1. การใช้สีในวงจรสี 4 สี โดยเลือกสีที่มีช่วงห่างระหว่างสีเท่ากันหมดกล่าวคือ ถ้าเราลาก
เส้นเชื่อมสีทั้ง 4 สีแล้ว เราจะได้สี่เหลี่ยมจัตุรัส
2. การใช้สีในวงจรสี 4 สี โดยเลือกสีที่มีช่วงห่างระหว่างสีไม่เท่ากันโดยช่วงห่างของ 2 สี
เป็นช่วงสั้นและอีก 2 สีเป็นช่วงยาว กล่าวคือถ้าเราลากเส้นเชื่อมสีทั้ง 4 สีแล้ว เราจะได้สี่เหลี่ยม
ผืนผ้า

ภาพตัวอย่าง


















วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

PhotoShop เทคนิคทำภาพเงาสะท้อนในน้ำ

PhotoShop ทำภาพเงาสะท้อนในน้ำ

ภาพตัวอย่าง


1. เปิดภาพที่ต้องการ กด Ctrl+J




2. ไปที่เมนู Image >> Canvas Size
- ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ช่อง Relative แล้วกำหนดค่าตามภาพ
yo28




3. ไปที่เมนู Edit >> Transform >> Flip Vertucal
- ใช้เครื่องมือ Moov Tool ลากรูปมาไว้ด้านล่างตามภาพ





4. คลิกที่รูปกระดาษพับ จะได้ Layer 2
- เปลี่ยน Forground เป็นสีขาว แล้วกด Alt+BackSpace เพื่อเทสีขาวลงไป





5. ไปที่เมนู Filter >> Sketch >> Halftone Pattern.. กำหนดค่าตามภาพ.. yo28




6. ไปที่เมนู Filter >> Blur >> Gaussian Blur
- กำหนดค่า Radius: เป็น 4.0 pixels






7. ไปที่เมนู Layer >> Duplicate Layer
- เปลี่ยน As: เป็น Layer 1 เปลี่ยน Document: เป็น New กด OK.




- จะได้ภาพลายๆ แบบนี้.. กดกากะบาดมุมขวาปิดรูปนี้ไป



- มีหน้าต่างขึ้นมาเลือกตอบ Yes



- ทำการ save เป็น psd. แล้วกด Ok.





8. หลังจากนั้น ลาก Layer 2 ทิ้งขยะไปเลย..






9. แล้วกด Ctrl+Alt+Shift+E จะได้ตามภาพ.. yo28




10. ไปที่เมนู Filter >> Duplicate Layer กำหนดค่าตามภาพ.. กด Ok.
- คลิกไฟล์ psd. ที่เรา เซปไว้ตอนแรก กด Open ก็จะได้ภาพแบบเป็นคลื่นๆ







11. กลับมาทำงานที่ Layer 1
- คลิกรูปที่วงกลมสีแดงเอาไว้ จะมีเส้น Selection ขึ้นมา..






12. กลับไปทำงานที่ Layer 2
- คลิกปุ่ม Add Layer Mask จะได้ตามภาพ..
yo28




13. คลิกปุ่มกลมๆ ที่วงเอาไว้ เลือก Hue/Saturation
- ติ๊กเครื่องหมายถูกหน้าช่อง Colorsize แล้วกำหนดค่าตามภาพ..
yo28




14. ลดค่า Opacity เป็น 25%




15. กลับมาทำงานที่ Layer 2
- คลิกตรงรูปที่วงกลมสีแดงไว้





16. แล้วไปที่เมนู Image >> Adjustment >> Hus/Saturation กำหนดค่าตามภาพ.. yo28





❥ เพียงเท่านี้ก็ได้ภาพเงาสะท้อนในน้ำกันแล้วค่ะ